4 เรื่องที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนจ้างล่าม

4 เรื่องที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนจ้างล่าม

มีหลายต่อหลายครั้งที่ล่ามกับผู้ว่าจ้างเกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เนื่องจากลักษณะงานของล่ามนั้นค่อนข้างกว้าง และมักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ ทำให้สิ่งที่บรีฟกับหน้างานไม่ไปในทางเดียวกัน จนอาจเกิดความเข้าใจผิดกันได้ ดังนั้นนอกจากล่ามที่เราจ้างมาจะต้องมีการเตรียมตัวศึกษาข้อมูลก่อนมาทำงานแล้ว เราเองก็ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานของล่ามด้วย เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงลักษณะงานและกระบวนการทำงานของล่าม สำหรับวันนี้เราก็จะพาคุณไปดู 4 เรื่องที่คุณต้องทำความเข้าใจก่อนจ้างล่าม เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจและทำให้งานออกมาดีที่สุด ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย!

1.เป็นล่ามไม่จำเป็นต้องเรียนจบภาษา

ในบางครั้งผู้ว่าจ้างมักจะรีเควสคุณสมบัติอย่างการเรียนจบสายภาษาจากล่าม แต่ล่ามบางคนก็ไม่ได้จบสายภาษามา พอจ้างงานกันไปแล้วรู้ความจริงก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมา ดังนั้นขอบอกให้เครียร์กันไปเลยว่า “เป็นล่ามไม่จำเป็นต้องเรียนจบภาษา” จริงอยู่ที่คนที่จบภาษามาจะมีพื้นฐานการใช้ภาษาที่ดี และถูกต้อง แต่สำหรับล่ามบางคนที่มีความสามารถด้านภาษาอยู่แล้ว บางคนเขาก็จะเลือกเรียนในสายอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวเอง แทนที่จะไปเรียนภาษาที่ตัวเองเก่งอยู่แล้ว ซึ่งในบางกรณีสิ่งที่ล่ามเรียนมาจะมีประโยชน์ต่องานของคุณมากกว่าซะด้วยซ้ำ

2.แค่เก่งภาษาไม่ได้ทำให้เป็นล่ามได้

ล่ามทุกคนเก่งภาษา แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเก่งภาษาทุกคนจะเป็นล่ามได้ เหตุผลก็เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งไหวพริบ และประสบการณ์ในการทำงาน เพราะแบบนี้ถ้าคุณคิดว่าแค่หาคนเก่งภาษาซักคนหนึ่งมาทำงานเป็นล่ามให้ก็ได้ นั่นคือคุณคิดผิดแล้ว เพราะการเลือกล่ามแบบนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาตอนทำงานจริงได้เลยล่ะ

3.บางครั้งล่ามจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือตัดเนื้อหาออก

เห็นได้หลาย ๆ ครั้งในงานของล่ามที่จำเป็นต้องแปลเนื้อหาจำนวนมากด้วยความรวดเร็ว ทำให้ล่ามอาจจำเป็นต้องดัดแปลงหรือตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออก เพื่อให้เนื้อหากระชับและเข้าใจได้ง่ายที่สุด แต่ในบางครั้งผู้ว่าจ้างอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมคู่สนทนาพูดมาตั้งยาว แต่ล่ามแปลออกมาแค่นิดเดียว ก็ให้เข้าใจกันไว้ตรงนี้ว่าล่ามแค่พยายามจะกระชับเนื้อหาให้เข้าใจง่าย และทำให้การสนทนาไหลลื่นไปได้นั่นเอง

4.อาจมีบางเรื่องที่ล่ามแพ้ทาง และไม่สามารถแปลได้จริงๆ

เชื่อว่ามีบางคนที่เข้าใจว่า ขึ้นชื่อว่าล่ามจะต้องรู้ความหมายของทุกประโยค หรือจะต้องสามารถแปลคำศัพท์ได้ทุกคำ ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นล่ามทุกคนเองก็ต้องมีบางเรื่องที่แพ้ทาง หรือบางคำศัพท์ที่แปลไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็เช่นพวกคำศัพท์เฉพาะ หรือภาษาถิ่น ลองนึกภาพขนาดเรายังแปลภาษาอีสานของบ้านเราไม่ได้ ล่ามทุกคนก็จะมีเรื่องที่เขาแปลไม่ได้เช่นกัน